ตัวอย่าง Community Marketing ของแบรนด์ในไทย 6 แบบ และสิ่งที่แบรนด์อื่นเรียนรู้ได้

Community Marketing ในไทยมีหลายแบบ ตั้งแต่คลับวิ่งที่แบรนด์จัดทุกสัปดาห์ ห้องแชตแฟนคลับที่แฟน ๆ ช่วยดูแล คลับเจ้าของรถที่รวมตัวผ่านตัวแทนจำหน่าย ไปจนถึงกลุ่มรีวิวที่ขับเคลื่อนโดยผู้บริโภคเอง สิ่งที่ทุกแบบมีเหมือนกันคือ คนมารวมกันเพราะหัวข้อหรือกิจกรรมที่อยากทำร่วมกัน ไม่ใช่เพราะโปรโมชัน บทความนี้รวม 6 ตัวอย่าง ว่าแต่ละแบบทำงานยังไง และเหมาะกับแบรนด์แบบไหน

ข้อมูลในบทความนี้มาจากแหล่งสาธารณะ ตรวจสอบเมื่อเดือนตุลาคม 2026 ตัวเลขทุกตัวระบุแหล่งที่มาและช่วงเวลาไว้

1. คลับวิ่งของแบรนด์: adidas Runners Bangkok

adidas Thailand จัดกิจกรรมวิ่งให้สมาชิก adidas Runners Bangkok เป็นประจำ มีทั้งวิ่งในเมือง Long Run ที่สวนเบญจกิติ ซ้อมวิ่งที่สนามกีฬา และคลาส Strength Training โดยเปิดให้ลงทะเบียนล่วงหน้าผ่านปฏิทินกิจกรรมบน Luma

ทำไมเวิร์ก การวิ่งเป็นกิจกรรมที่คนอยากมีเพื่อนทำด้วย และต้องทำซ้ำทุกสัปดาห์ แบรนด์จึงได้เจอสมาชิกตัวจริงบ่อย และสินค้าของแบรนด์ก็อยู่ในกิจกรรมโดยไม่ต้องขาย

เหมาะกับ แบรนด์กีฬา สุขภาพ และไลฟ์สไตล์ ที่สินค้าเกี่ยวกับกิจกรรมที่คนทำเป็นกลุ่มได้

2. ห้องแชตแฟนคลับ: Butterbear บน LINE OpenChat

แบรนด์ขนม Butterbear มีห้อง LINE OpenChat ของแฟนคลับ “ด้อมน้องเนย” ที่ดูแลร่วมกันระหว่างแอดมินตัวแทนแฟนคลับกับทีมของแบรนด์เอง Marketing Oops รายงานเมื่อสิงหาคม 2024 ว่าห้องนี้มีสมาชิกมากกว่า 30,000 คนในเดือนแรก และเป็นห้อง OpenChat ห้องแรกที่ได้ Official Badge จาก LINE

ทำไมเวิร์ก แฟนคลับอยากคุยกับคนที่ชอบสิ่งเดียวกัน แบรนด์จึงไม่ต้องสร้างหัวข้อให้ และการให้แฟนช่วยเป็นแอดมินทำให้ห้องมีคนดูแลตลอดเวลา

เหมาะกับ แบรนด์ที่มีคาแรกเตอร์หรือมาสคอตชัด และมีลูกค้าที่ผูกพันกับแบรนด์ในระดับแฟน

3. คลับเจ้าของสินค้า: Harley Owners Group

Harley-Davidson มี Harley Owners Group (H.O.G.) ที่รวมเจ้าของรถเป็นชมรมย่อยผ่านตัวแทนจำหน่ายในแต่ละพื้นที่ มีทริปขี่รถ คอร์สขับขี่ปลอดภัย และงานรวมตัวระดับภูมิภาค งาน Asia Harley Days 2025 ที่เขาใหญ่มีผู้ร่วมงานมากกว่า 5,000 คน และชมรม H.O.G. มากกว่า 80 ชมรมจากทั่วภูมิภาค

ทำไมเวิร์ก การเป็นเจ้าของสินค้ากลายเป็นตัวตนของสมาชิก คลับทำให้คนซื้อมีเหตุผลใช้สินค้าบ่อยขึ้น และกลายเป็นคนชวนคนใหม่เข้ามาเอง

เหมาะกับ สินค้าราคาสูงที่ใช้ไปนาน เช่น รถ อุปกรณ์งานอดิเรก หรือสินค้าที่ต้องมีความรู้ในการใช้

4. ต่อยอดสิทธิประโยชน์เป็นคอมมูนิตี้: KTC Sports

KTC ประกาศเมื่อสิงหาคม 2026 ว่าจะต่อยอดสิทธิประโยชน์ด้านกีฬาของบัตรเครดิตให้เป็น “คอมมูนิตี้กีฬาและสุขภาวะ” ที่เชื่อมสมาชิกเข้ากับความรู้และกิจกรรม เช่น คลินิกปรับท่าวิ่งกับผู้เชี่ยวชาญ และกิจกรรมกับพันธมิตรด้านวิ่ง ฟิตเนส และโยคะ

ทำไมน่าสนใจ แบรนด์ที่สินค้าไม่ได้เป็นหัวข้อให้คนคุยโดยตรง อย่างบัตรเครดิต เลือกผูกตัวเองกับหัวข้อที่ลูกค้าสนใจอยู่แล้ว แทนที่จะสร้างคอมมูนิตี้เกี่ยวกับตัวสินค้า

เหมาะกับ ธุรกิจบริการ การเงิน หรือประกัน ที่อยากให้ลูกค้ารู้สึกผูกพันมากกว่าการใช้สิทธิประโยชน์เป็นครั้ง ๆ

5. กลุ่มที่ลูกค้าคุยกันเอง: กลุ่มรีวิวแมคโคร

Marketeer รายงานเมื่อมีนาคม 2026 ว่ากลุ่ม Facebook “รีวิวแมคโคร” ที่ตั้งขึ้นในปี 2021 มีสมาชิกมากกว่า 4 ล้านคน และมีโพสต์มากกว่า 100 โพสต์ต่อวัน ทั้งแนะนำสินค้า แจ้งโปรโมชัน และไอเดียใช้สินค้า บทความยกกลุ่มนี้เป็นตัวอย่างคอมมูนิตี้ที่ขับเคลื่อนโดยผู้บริโภค

บทเรียน ถ้าลูกค้าของคุณคุยกันเองอยู่แล้ว แบรนด์ไม่จำเป็นต้องสร้างกลุ่มใหม่แข่ง แต่ควรฟังว่าเขาคุยอะไร ตอบคำถามเมื่อเหมาะสม และนำสิ่งที่ได้ยินไปปรับสินค้าและการสื่อสาร

6. คอมมูนิตี้ตามหัวข้อที่หลายแบรนด์เข้าร่วมได้: Pop Mom Community และ 108 kgclub

คอมมูนิตี้อีกแบบคือคอมมูนิตี้ที่สร้างจากหัวข้อชีวิตของคนกลุ่มหนึ่ง แล้วแบรนด์ที่เข้ากันได้เข้ามาร่วมสื่อสาร POP ดูแลคอมมูนิตี้แบบนี้เองสองแห่ง คือ Pop Mom Community สำหรับคุณแม่ยุคใหม่ ที่คุยกันตั้งแต่ตั้งครรภ์ การเลี้ยงลูก จนถึงการดูแลตัวเอง และ 108 kgclub คอมมูนิตี้สาย Self Love & Wellness ที่มีทั้งคอนเทนต์และงาน City Run

เหมาะกับ แบรนด์ที่อยากคุยกับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ แต่ยังไม่พร้อมสร้างและดูแลคอมมูนิตี้ของตัวเองตั้งแต่ศูนย์ อ่านเพิ่มได้ในการตลาดกับกลุ่มแม่และเด็กผ่านคอมมูนิตี้คุณแม่

สิ่งที่ตัวอย่างเหล่านี้มีเหมือนกัน

  • หัวข้อมาก่อนแบรนด์ คนมาเพราะวิ่ง ขี่รถ ชอบมาสคอต หรืออยากรู้ว่าของชิ้นไหนดี แบรนด์เป็นเจ้าภาพของหัวข้อนั้น
  • มีเหตุผลให้กลับมาซ้ำ กิจกรรมประจำสัปดาห์ ทริปประจำปี หรือบทสนทนาที่มีทุกวัน
  • สมาชิกช่วยดูแล แฟนคลับเป็นแอดมิน ชมรมย่อยมีหัวหน้าชมรม สมาชิกตอบคำถามกันเอง
  • มีพื้นที่เจอกันจริง แทบทุกตัวอย่างมีกิจกรรมออฟไลน์ ที่ทำให้ความสัมพันธ์ออนไลน์แน่นขึ้น

แบรนด์ของคุณควรเริ่มจากแบบไหน

ถ้าสินค้าเกี่ยวกับกิจกรรมที่ทำเป็นกลุ่มได้ ลองแบบคลับกิจกรรม ถ้ามีลูกค้าที่รักแบรนด์ในระดับแฟน ลองห้องแชตที่ให้แฟนช่วยดูแล ถ้าสินค้าใช้นานและราคาสูง ลองคลับเจ้าของ ถ้าสินค้าไม่ได้เป็นหัวข้อให้คุยเอง ผูกแบรนด์กับหัวข้อที่ลูกค้าสนใจ และถ้าลูกค้าคุยกันเองอยู่แล้ว เริ่มจากการฟัง ขั้นตอนลงมือทำอยู่ในวิธีสร้างคอมมูนิตี้ให้แบรนด์ และวิธีดูว่าได้ผลไหมอยู่ในวัดผล Community Marketing ยังไง

ถ้าอยากให้ POP ช่วยดูว่าแบรนด์ของคุณเหมาะกับแบบไหน ดูวิธีทำงานได้ที่หน้าบริการ Community Marketing หรือโทรคุยกับเราได้เลย การคุยครั้งแรกฟรี

คำถามที่พบบ่อย

ตัวอย่าง Community Marketing ในไทยมีอะไรบ้าง?

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ adidas Runners Bangkok ที่จัดวิ่งกับสมาชิกเป็นประจำ ห้อง LINE OpenChat ของ Butterbear ที่แฟนคลับช่วยดูแล Harley Owners Group ที่รวมเจ้าของรถผ่านตัวแทนจำหน่าย KTC ที่ต่อยอดสิทธิประโยชน์กีฬาเป็นคอมมูนิตี้สุขภาพ และกลุ่มรีวิวแมคโครที่ผู้บริโภคคุยกันเอง

แบรนด์เล็กทำ Community Marketing ได้ไหม?

ได้ ตัวอย่างส่วนใหญ่ไม่ได้เริ่มจากงบใหญ่ แต่เริ่มจากหัวข้อที่ลูกค้าอยากทำด้วยกันอยู่แล้ว เช่น วิ่ง ขี่รถ หรือรีวิวของ แบรนด์เล็กเริ่มจากกลุ่มลูกค้าเดิมที่ชอบคุย แล้วนัดกิจกรรมเล็ก ๆ ให้เจอกันได้

ต้องสร้างคอมมูนิตี้เองเสมอไหม?

ไม่จำเป็น บางหมวดสินค้ามีกลุ่มที่ลูกค้าคุยกันเองอยู่แล้ว แบรนด์เข้าไปร่วมตอบคำถามและฟังเสียงลูกค้าได้ หรือเข้าไปในคอมมูนิตี้ที่มีคนดูแลอยู่แล้วและตรงกับกลุ่มเป้าหมาย แทนที่จะเริ่มจากศูนย์

พร้อมให้แบรนด์คุณเติบโตไปด้วยกันหรือยัง?

เริ่มต้นเพียง 50,000 บาท ให้เราช่วยวางกลยุทธ์การตลาดที่ใช่สำหรับแบรนด์คุณ วันนี้เป็นวันที่ดีที่สุดที่จะเริ่ม

099-191-6393