วัดผล Community Marketing ยังไง ตัวชี้วัดที่บอกว่าคอมมูนิตี้ช่วยแบรนด์ได้จริง
เผยแพร่เมื่อ
การวัดผล Community Marketing ต้องดูเป็นชั้น ไม่ใช่ดูตัวเลขเดียว ชั้นแรกคือสุขภาพของกลุ่ม ว่าสมาชิกกลับมาคุยซ้ำไหม ชั้นที่สองคือสมาชิกคุยและตอบกันเองหรือยังต้องรอทีมแบรนด์ ชั้นที่สามคือสิ่งที่แบรนด์ได้ เช่น คอนเทนต์ รีวิว และข้อมูลว่าลูกค้าคิดอะไร ชั้นสุดท้ายคือผลทางธุรกิจ เช่น ยอดขายที่ตามกลับมาถึงสมาชิก การซื้อซ้ำ และการบอกต่อ ถ้าวัดแค่ยอดสมาชิก คุณจะไม่รู้เลยว่าคอมมูนิตี้กำลังช่วยแบรนด์หรือแค่ใหญ่ขึ้น
ทำไมยอดสมาชิกอย่างเดียวหลอกตา
ยอดสมาชิกเพิ่มได้ง่าย แจกของครั้งเดียวก็ขึ้น แต่คนที่เข้ามาเพื่อของมักไม่กลับมาคุยอีก กลุ่มที่มีสมาชิกมากแต่ไม่มีใครโพสต์ ไม่มีใครตอบ ไม่ได้สร้างความเชื่อใจหรือการบอกต่อให้แบรนด์ ยอดสมาชิกจึงควรเป็นตัวเลขประกอบ ไม่ใช่ตัวเลขหลัก
ชั้นที่ 1: สุขภาพของคอมมูนิตี้
ตัวชี้วัดที่บอกว่ากลุ่มยังมีชีวิต
- สมาชิกที่ active ต่อเดือน คนที่โพสต์ คอมเมนต์ กดรีแอกชัน หรือมาร่วมกิจกรรม เทียบกับสมาชิกทั้งหมด
- สมาชิกที่กลับมาซ้ำ คนที่ active เดือนนี้และเคย active เดือนก่อน ตัวเลขนี้บอกได้ดีกว่ายอดสมาชิกใหม่ว่ากลุ่มมีเหตุผลให้กลับมาไหม
- เวลาจนกว่าคำถามจะมีคนตอบ คำถามที่ค้างนานคือสัญญาณแรกว่ากลุ่มกำลังเงียบ
- สมาชิกใหม่มาจากไหน มาจากการชวนของสมาชิกเดิม จากคลิปวิดีโอสั้น หรือจากโฆษณา สมาชิกที่เพื่อนชวนมามักอยู่นานกว่า
ชั้นที่ 2: สมาชิกคุยกันเองหรือยัง
คอมมูนิตี้ต่างจากเพจตรงที่สมาชิกคุยกันเอง ตัวชี้วัดชั้นนี้จึงสำคัญที่สุดในระยะยาว
- สัดส่วนคำถามที่สมาชิกตอบกันเองก่อนทีมแบรนด์
- สัดส่วนโพสต์ที่สมาชิกเริ่มเอง เทียบกับโพสต์ที่ทีมแบรนด์เป็นคนเปิด
- สมาชิกแกนกลาง คนที่ช่วยตอบ ช่วยต้อนรับคนใหม่ และช่วยคุมบรรยากาศ ควรรู้จักชื่อและดูแลเป็นพิเศษ
ถ้าตัวเลขชั้นนี้ไม่ขยับหลังผ่านไปหลายเดือน แปลว่าคอมมูนิตี้ยังพึ่งทีมแบรนด์อยู่ทั้งหมด และจะเงียบทันทีที่ทีมหยุดโพสต์
ชั้นที่ 3: สิ่งที่แบรนด์ได้จากคอมมูนิตี้
- คอนเทนต์จากสมาชิก เรื่องเล่า รีวิว คลิป และคำถามที่นำไปทำวิดีโอสั้นหรือโฆษณาต่อได้ โดยได้รับอนุญาตจากเจ้าของเรื่อง
- ข้อมูลว่าลูกค้าคิดอะไร หัวข้อที่คุยกันมากที่สุด คำถามที่ถามซ้ำ และเสียงตอบรับต่อสินค้า ซึ่งทีมการตลาดและทีมพัฒนาสินค้าใช้ต่อได้
- ความรู้สึกต่อแบรนด์ เมื่อแบรนด์ถูกพูดถึงในกลุ่ม ส่วนใหญ่เป็นไปในทางไหน
- คำถามที่ไม่ต้องถึงฝ่ายบริการลูกค้า เมื่อสมาชิกช่วยกันตอบเรื่องการใช้สินค้า
ชั้นที่ 4: ผูกคอมมูนิตี้กับยอดขาย
ผลทางธุรกิจวัดยากที่สุด เพราะคนที่อ่านในกลุ่มไม่ได้ซื้อทันที วิธีที่ใช้ได้จริงคือ
- ลิงก์ติด UTM ทุกลิงก์ที่แชร์ในกลุ่ม เพื่อแยกการเข้าเว็บที่มาจากคอมมูนิตี้
- โค้ดส่วนลดหรือสิทธิพิเศษเฉพาะสมาชิก ที่ใช้นับยอดขายจากสมาชิกได้
- ถามว่ารู้จักแบรนด์จากไหน ตอนลูกค้าซื้อหรือทักแชต และมีตัวเลือกคอมมูนิตี้ให้เลือก
- เทียบการซื้อซ้ำ ของลูกค้าที่เป็นสมาชิกกับลูกค้าที่ไม่ได้เป็นสมาชิก
- นับการบอกต่อ ลูกค้าใหม่ที่บอกว่ามีคนในกลุ่มแนะนำมา
ไม่มีวิธีไหนจับได้ครบทุกยอดขาย แต่ใช้หลายวิธีร่วมกันจะเห็นแนวโน้มชัดพอสำหรับการตัดสินใจว่าจะลงทุนต่อหรือปรับแผน
รายงานรายเดือนควรมีอะไร
รายงานที่ดีตอบได้ว่าเดือนนี้เกิดอะไรขึ้น ทำไม และเดือนหน้าจะทำอะไรต่างไป อย่างน้อยควรมี
- สมาชิกใหม่ สมาชิกที่ active และสมาชิกที่กลับมาซ้ำ
- สัดส่วนคำถามที่สมาชิกตอบกันเอง
- หัวข้อที่คนคุยมากที่สุด และคำถามใหม่ที่เริ่มเห็น
- คอนเทนต์ที่ถูกแชร์ต่อมากที่สุด ทั้งในและนอกกลุ่ม
- ยอดขายหรือการบอกต่อที่ตามกลับมาถึงคอมมูนิตี้ได้
- สิ่งที่จะทำต่างออกไปในเดือนถัดไป
ข้อผิดพลาดในการวัดผลที่เจอบ่อย
- วัดแค่ยอดสมาชิกและยอดไลก์
- คาดหวังยอดขายตั้งแต่เดือนแรก ทั้งที่คอมมูนิตี้ต้องใช้เวลาสร้างความเชื่อใจ
- นับยอดขายทุกบาทเป็นของคอมมูนิตี้ หรือไม่นับเลยเพราะวัดยาก
- ไม่ตั้งตัวเลขเริ่มต้นไว้ก่อนเริ่ม ทำให้ไม่รู้ว่าดีขึ้นหรือแย่ลง
- ดูรายงานแต่ไม่เปลี่ยนแผน
ถ้าอยากให้คอมมูนิตี้ของคุณวัดผลได้
POP ส่งรายงานสุขภาพคอมมูนิตี้ให้ลูกค้าทุกเดือน ทั้งการเติบโตของสมาชิก การมีส่วนร่วม หัวข้อที่คนคุย และสิ่งที่จะปรับในเดือนถัดไป ดูวิธีทำงานได้ที่หน้าบริการ Community Marketing ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มยังไง อ่านวิธีสร้างคอมมูนิตี้ให้แบรนด์ ก่อน หรือโทรคุยกับเราได้เลย การคุยครั้งแรกฟรี
คำถามที่พบบ่อย
KPI หลักของ Community Marketing คืออะไร?
ถ้าเลือกได้ข้อเดียว ให้ดูสัดส่วนสมาชิกที่กลับมาคุยซ้ำในแต่ละเดือน เพราะบอกได้ว่าคอมมูนิตี้มีชีวิตจริงไหม จากนั้นค่อยดูว่าสมาชิกตอบคำถามกันเองมากแค่ไหน และมียอดขายหรือการบอกต่อที่ตามกลับมาถึงสมาชิกได้หรือเปล่า
ยอดสมาชิกเยอะแปลว่าคอมมูนิตี้ประสบความสำเร็จไหม?
ไม่เสมอไป ยอดสมาชิกขึ้นได้จากการแจกของหรือยิงโฆษณา แต่ถ้าสมาชิกไม่กลับมาคุย กลุ่มนั้นก็เป็นแค่รายชื่อ ให้ดูยอดสมาชิกคู่กับจำนวนคนที่โพสต์ คอมเมนต์ หรือมาร่วมกิจกรรมในเดือนนั้นเสมอ
ควรวัดผลบ่อยแค่ไหน?
ดูสัญญาณประจำวันอย่างคำถามที่ยังไม่มีคนตอบทุกวัน สรุปตัวชี้วัดสุขภาพของกลุ่มทุกเดือน และดูผลทางธุรกิจอย่างการซื้อซ้ำหรือการบอกต่อเป็นรายไตรมาส เพราะผลด้านนี้ต้องใช้เวลาสะสม
ต้องใช้เครื่องมืออะไรวัดผล?
เริ่มได้จากข้อมูลที่แพลตฟอร์มมีให้อยู่แล้ว เช่น Group Insights ของ Facebook บวกกับลิงก์ที่ติด UTM โค้ดส่วนลดเฉพาะสมาชิก และคำถามว่ารู้จักแบรนด์จากไหนตอนลูกค้าซื้อ เครื่องมือเฉพาะทางช่วยได้เมื่อคอมมูนิตี้ใหญ่ขึ้น แต่ไม่จำเป็นในช่วงแรก